fbpx
  • English
  • ไทย

University of Reading

University of Reading

City

พี่ๆ WIN Education พาเที่ยวเมือง Reading เมืองที่ตั้งอยู่ในมณฑลบาร์คเชอร์ (Berkshire) ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระราชวังวินด์เซอร์ (Windsor Castle) แหล่งท่องเที่ยวสุดฮิตของประเทศอังกฤษ อยู่ทางฝั่งตะวันตกของ London ใช้เวลาเดินทางเพียง 22 นาทีโดยรถไฟ และ 1 ชั่วโมงโดยรถไฟจากสนามบิน Heathrow แต่หากน้องๆ เดินทางมาครั้งแรกพร้อมด้วยสัมภาระพะรุงพะรังหละก็ พี่ๆ แนะนำให้นั่ง taxi เลยค่ะ เพราะว่าใช้เวลาเพียง 10 นาทีเท่านั้น ค่ารถประมาณ 10 ปอนด์ ถือว่าถูกมากม๊ากกกกกก ถ้าเทียบกับการเดินทางไปที่เมืองอื่นๆ

เมื่อเดินทางมาถึงแล้ว น้องๆ จะได้พบกับเมืองที่สวยงาม (สวยจริงๆ นะ สวยจนอยากให้ไปเห็นด้วยตาตัวเองเลยหละ) เต็มไปด้วยโบสถ์สวยๆ สวนสาธารณะสวยๆ และสถานที่ให้พักผ่อนหย่อนใจมากมาย มีแม่น้ำเคนเนต (Kennet) ไหลผ่าน และเป็นจุดที่แม่น้ำเทมส์ (Thames) ไหลมาบรรจบ น้องๆ คนไหนที่ชอบธรรมชาติและไม่ชอบความวุ่นวาย ก็ต้องเมืองนี้เลยแหละค่ะ แต่ในความธรรมชาตินี้ ก็ยังมีการผสมผสานกับสีสันของความเป็นเมืองได้อย่างลงตัว สำหรับขาช้อปก็ไม่ต้องวิตกกังวลไป เพราะแหล่งช้อปปิ้งของที่นี่ รวมตัวอยู่ในโซนเดียวกัน มีห้างสรรพสินค้าและโรงภาพยนตร์อยู่ใจกลางเมือง ใครที่ชอบกิน ก็มีร้านอาหารหลากหลายชาติทั่วโลก หรือถ้าชอบ Nightlife ก็มีที่ให้น้องๆ ไปสังสรรค์ยามค่ำคืนกับเพื่อนๆ กระจายอยู่ทั่วเมืองเช่นกัน โดยทั่งหมดนี้ น้องๆ ไม่ต้องเดินทางไกลๆ เลยน้าค้า ด้วยความเป็นเมืองที่ขนาดไม่ใหญ่มาก ทุกๆ ที่จะอยู่ใน walking distance น้องๆ สามารถเดินเพลินๆ ได้เลยค่า ถึงจะเล็กแต่เราก็ครบ ทั้ง Argos, M&S, Sainsbury’s, Topshop, H&M, JD และอื่นๆ อีกมากมาย แต่หากยังไม่สาแก่ใจขาช้อปหละก็ น้องๆ ก็สามารถเดินทางเข้าลอนดอนได้บ่อยเท่าที่ต้องการเลยค่า เพราะว่าใกล้มากๆๆๆๆๆ เรื่อง location ของเมืองนี้ ถือว่าดีสุดๆ ค่ะ

University Rankings & Reputation

University of Reading ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1892 ประกอบไปด้วย 3 วิทยาเขต ได้แก่ Whiteknights, Greenland และ London Road

Whiteknights: เป็นวิทยาเขตหลัก ตั้งอยู่บนพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่กว่า 800 ไร่ มีความสวยงามติดอันดับต้นๆ ของสหราชอาณาจักร ได้รับรางวัล Green Flag ถึง 9 ปีติดต่อกัน นักเรียนมีพื้นที่มากมายในการพักผ่อนหย่อนใจ และยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้นักเรียนได้ใช้งานอย่างเต็มที่ เช่น Students’ Union ห้องสมุด ร้านอาหาร และชมรมต่างๆ เป็นต้น ทั้งยังมีพิพิธภัณฑ์ 2 แห่งในวิทยาเขต เกี่ยวกับสาขาวิชา Zoology (Cole Museum) และ Greek Archaeology (Ure Museum) อีกด้วย

Greenland: ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเทมส์ เป็นที่ตั้งของคณะ Henley Business School หนึ่งในคณะบริหารธุรกิจชั้นนำของยุโรป มีตึกเรียนสำหรับภาคปฏิบัติของสาขา Business หลากตึก รวมทั้งมีหอพัก ห้องอาหาร fitness centre และส่วนของกิจกรรมผ่อนคลายสันทนาการไว้ให้นักเรียนอย่างครบครัน

London Road: เป็นที่ตั้งของ School of Architecture และ Institute of Education หนึ่งในสถาบันชั้นนำที่ฝึกอบรมการเป็นครูในสหราชอาณาจักร โดยล่าสุด มหาวิทยาลัยมีการลงทุนกว่า 30 ล้านปอนด์ เพื่อปรับปรุงให้เกิดความสวยงามมากและทันสมัยมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นยังเป็นที่ตั้งของ Great Hall ซึ่งเป็นสถานที่ในการจัดงานพิธีการจบการศึกษา และคอนเสิร์ตต่างๆ นอกจากนี้ก็ยังมีบาร์และคาเฟ่ ในการจำหน่ายอาหารทั้งแบบ hot and cold food

ทั้ง 3 วิทยาเขตมีความเก่าแก่ สวยงามท่ามกลางธรรมชาติ ทั้งต้นไม้ และทะเลสาปที่รายรอบตึกเรียน ใช้เวลาเดินทางไปยังตัวเมือง Reading เพียง 10 นาที ปัจจุบันมีนักเรียนทั้งหมด 20,000 คน เป็นนักเรียนต่างชาติประมาณ 5,000 คน จากกว่า 150 ประเทศทั่วโลก นอกจากความสวยงามแล้ว University of Reading ยังมุ่งมั่นในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับนักเรียนทุกคน มีทีมงานฝ่ายบริการรักษาความปลอดภัยเดินตรวจตราความปลอดภัย ควบคุมดูแล และแก้ไขเหตุการณ์ฉุกเฉินในทุกพื้นที่ของมหาวิทยาลัย ทั้งยังมีการติดตั้งกล้องวงจรปิด และห้องควบคุม 24 ชั่วโมง เพื่อให้นักเรียนมั่นใจได้ว่า ทุกพื้นที่ของมหาวิทยาลัยมีความปลอดภัย โดยมหาวิทยาลัยได้รับคะแนนความถึงพอใจจากนักเรียนถึง 89% จากผลการสำรวจของ National Student Survey

University of Reading เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของประเทศอังกฤษ สำหรับผู้ที่ต้องการเรียนต่อด้าน Business, Finance และ Real Estate เรียกได้ว่า เรียนต่อด้านบริหารการเงิน ต้องเรียนที่ University of Reading ทั้งนี้ยังมี International Capital Market Association (ICMA) หรือ สมาคุมตลาดหุ้นนานาชาติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Henley Business School มี Bloomberg ห้องปฎิบัติการทางการเงินการตลาดการลงทุน เพื่อให้นักเรียนในสาขาวิชานี้ ได้เกิดการเรียนรู้ภาคทฤษฎี และปฏิบัติจริง

University of Reading ยังมีชื่อเสียงในด้านความสัมพันธ์กับมหาวิทยาลัย และสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ โดยมีการจัดการเรียนแลกเปลี่ยนและการทำงานวิจัยร่วมกัน โดย 98% ของงานวิจัยของมหาวิทยาลัย  ได้รับการประเมินให้มีความยอดเยี่ยมในระดับนานาชาติ จาก Research Excellence Framework ประจำปี 2014 และยังอยู่ในอันดับที่ 19 ด้าน Research Intensity และอันดับที่ 27 ทางด้าน Research Power ยิ่งไปกว่านั้น มหาวิทยาลัยได้เปิดอีก 1 วิทยาเขตในประเทศมาเลเซีย ซึ่งจะเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เดินทางไปเรียนในบางวิชา เป็นการช่วยเพิ่มประสบการณ์ในการเรียนรู้ของนักเรียนให้มากยิ่งขึ้นด้วย


การจัดอันดับ

  • อันดับ 205 โดย the QS World University Rankings ประจำปี 2020
  • อันดับ 40 in UK โดย Complete University Guide 2020
  • อันดับ 1 in UK ด้าน Land & Property Management
  • Top 5 in UK ด้าน Agriculture & Forestry, Building
  • Top 15 in UK ด้าน Education, Food Science, Town & Country Planning and Landscape Design
  • Top 20 in UK ด้าน Archaeology, Architecture, Pharmacology & Pharmacy, Marketing
  • Top 100 ของโลก ด้าน Architecture / Built Environment
  • Top 150 ของโลก ด้าน Linguistics และ English Language & Literature
  • Top 200 ของโลก ด้าน Accounting & Finance และ Business & Management

University of Reading ได้มีการลงทุนกว่า 500 ล้านปอนด์ เพื่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกอันทันสมัยสำหรับนักเรียนและคณาจารย์ รวมถึงส่งเสริมให้นักเรียนได้มีประสบการณ์การทำงานในระหว่างการเรียน เพื่อพัฒนาทักษะในหลากหลายด้าน รวมถึงเป็นการช่วยยกระดับ CV และเรียนรู้โอกาสทางอาชีพในด้านต่างๆ เพิ่มมากขึ้น นักเรียนจะได้รับความช่วยเหลือในการค้นหาตำแหน่งงาน และการฝึกงานตลอดระยะเวลาการเรียนที่ University of Reading โดยมีนักเรียนกว่า 2,000 คน ที่เข้าร่วมในโครงการทำงานแบบเก็บหน่วยกิตได้ และมีอีกจำนวนมากที่เข้าร่วมการฝึกงานนอกหลักสูตรในช่วงซัมเมอร์ และในช่วงปิดภาคเรียน มีระยะเวลาตั้งแต่ 2 สัปดาห์จนถึง 1 ปี ทางมหาวิทยาลัยมีการจัดงานกิจกรรมด้านอาชีพตลอดทั้งปี ซึ่งในหลายๆ กิจกรรมมีบริษัทที่เป็นพันธมิตรกับมหาวิทยาลัยเข้าร่วมงาน ทั้งยังมีโครงการให้คำปรึกษาด้านอาชีพ THRIVE ในช่วงก่อนปีสุดท้ายของการเรียน รวมถึงบริการ MY Jobs Online ทำให้ 94% ของบัณฑิตที่จบการศึกษาจากที่นี่ได้รับการจ้างงานหรือศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นภายในเวลา 6 เดือน


Facts

1. มีทะเลสาบชื่อ Whiteknights Lake ชื่อเดียวกับ campus เลย
2. ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากๆ ได้ชื่อว่าเป็น Green university ตึกเรียนบางตึกเป็น 0% emission building ซึงไม่ผลิตมลพิษทางอากาศเลย ว้าว ว้าว ว้าว
3. เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่มีพื้นที่สีเขียวมากที่สุด การันตีจากรางวัล Green Flag Award
4. Top 10 Students’ Union ของสหราชอาณาจักร ตลอดระยะเวลาหลายปี
5.การันตีคุณภาพการเรียนการสอนด้าน Business ด้วย Triple crown accreditation
6. ทีมงานให้คำปรึกษาด้านอาชีพของมหาวิทยาลัยมีความแข็งแกร่งมาก จากผลสำรวจพบว่า 97% พึงพอใจบริการการแนะนำด้านอาชีพของ University of Reading
7. ส่งผลให้ University of Reading ได้ครองอันดับที่หนึ่งในด้าน learning experience จากผลการสำรวจ The International Student Barometer (ISB) ซึ่งเป็นการสำรวจนักเรียนนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก จำนวนมากกว่า 250,000 คน
8. ห้องสมุดมีหนังสือมากกว่า 1 ล้านเล่ม (วานน้องๆ ช่วยนับหน่อยค่า)
9. มีรถประจำทางสาย claret 21 21a จอดรับในมหาวิทยาลัยเลย และจะจอดตามจุดสำคัญต่างๆ อย่างเช่น ห้างสรรพสินค้าของเมือง The Oracle และสถานนีรถไฟ
10. The Cedars Hotel เป็นโรงแรมที่อยู่ในมหาวิทยาลัย สำหรับผู้ปกครองที่เดินทางไปส่งน้องๆ หรือช่วงรับปริญญา ซึ่งจะเต็มไวมากๆๆๆๆ ต้องจองแต่เนิ่นๆ เลยค่า

Accommodation information

มหาวิทยาลัยมีหอพัก 10 แห่ง จำนวนเกือบ 4,000 ห้อง กระจายตัวอยู่ทั้ง 3 วิทยาเขต สำหรับทั้งนักศึกษาในระดับปริญญาตรีและสูงกว่าปริญญาตรี หอพักทุกแห่งอยู่ในระยะไม่เกิน 2 กิโลเมตรจากศูนย์กลาง และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ของมหาวิทยาลัย ทั้งร้านค้า ธนาคาร และแหล่งบันเทิงต่างๆ อีกทั้งหอพักทุกแห่งสามารถเดินทางเข้าตัวเมืองได้อย่างสะดวกโดยรถประจำทาง นอกจากนี้ หอพักแต่ละแห่งมีลักษณะและความโดดเด่นเฉพาะตัวต่างกันออกไป แต่ทุกที่ล้วนดูสะอาดตาและ modern สุดๆ แถมมองออกไปเห็นวิวสวน วิวทะเลสาป เทียบได้กับวิวของโรงแรมหรูเลยทีเดียว แถมมีพื้นที่กลางแจ้งขนาดใหญ่และดูสบายตา เน้นความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการพักผ่อนและการเรียน

หอพักแบ่งออกเป็นหลายประเภท ทั้งแบบรวมอาหาร สำหรับนักเรียนปริญญาตรี และหอพักแบบทำอาหารทานเอง สำหรับนักเรียนทั้งระดับปริญญาตรีและสูงกว่า นอกจากนี้ ยังมีที่พักแบบคู่รักและครอบครัวให้บริการเพิ่มเติม และบริการที่พักแบบ private accommodation โดยมหาวิทยาลัยทำงานร่วมกับ University Partnerships Programme (UPP) และ Unite Students โดยที่พักของ Unite Students จะอยู่ที่ London Road campus และ UPP จะอยู่ที่ Whiteknights Campus สามารถติดต่อสอบถามจากเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยได้โดยตรง แต่หากน้องๆ ต้องการทราบข้อมูลหอพักเอกชนเพิ่มเติม สามารถติดต่อพี่ๆ WIN Education ได้เลยนะคะ

อยู่ที่นี่ไม่ต้องกลัวเหงาหรือเป็น homesick นะคะ เพราะทางมหาวิทยาลัยเคลมว่าที่นี่เป็น “a home away from home” ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน มีการใช้ชีวิตแบบอบอุ่น และมีสิ่งอำนวยความสะดวก แหล่งช้อปปิ้งภายในมหาวิทยาลัย ที่มีพร้อมที่จะช่วย support น้องๆ ให้คลายเหงาได้ดีทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นโรงภาพยนตร์ พิพิธภัณฑ์ ห้องสมุดที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง และสมาคมนักศึกษา (Students’ Union) ซึ่งเป็นแหล่งรวมตัวของนักเรียนที่ชอบทำกิจกรรมและพบปะเพื่อนๆ ภายในสมาคม มีศูนย์กีฬาและยิมที่ครบครัน มีชมรมกีฬามากกว่า 50 ชมรมให้เข้าร่วม และมีร้านค้ามากมาย ไม่ว่าจะเป็นร้านขายของชำ ร้านขายของที่ระลึก ร้านหนังสือ ร้านตัดผม ร้านถ่ายเอกสารและที่ทำการไปรษณีย์ ธนาคารและตู้ ATM มีร้านอาหารกระจายตัวรอบวิทยาเขต ดังนั้นไม่ว่าจะอยู่ที่อาคารเรียนหรือหอพักก็จะมีร้านอาหารอยู่ใกล้ๆ เสมอ หรือจะไปที่ Students’ Union ก็ได้ เพราะมีร้านขายอาหารเอเชียน ร้านเบเกอรี่และเครื่องดื่ม ซึ่งไฮไลท์อยู่ที่ร้านชาไข่มุก ซึ่งมีให้เลือกถึง 40 รสชาติเลยทีเดียวเชียว

Tuition fees for 15 most popular courses (converting to THB)

1 MSc Corporate Finance £24,300 (972,000 THB)
2 MSc Economics and Finance £24,300 (972,000 THB)
3 MSc Entrepreneurship (Creative Industries/ Financing/ Leadership) £22,050 (882,000 THB)
4 MSc Finance £24,300 (972,000 THB)
5 MSc Finance and Financial Technology (FinTech) £24,300 (972,000 THB)
6 MSc Financial Engineering £24,300 (972,000 THB)
7 MSc Financial Risk Management £25,300 (1,012,000 THB)
8 MSc Information Management & Digital Business – Big Data in Business £18,450 (738,000 THB)
9 MSc Investment Management £25,300 (1,012,000 THB)
10 MSc Management (International Business) £22,550 (902,000 THB)
11 MSc Marketing (Consumer Marketing/ Digital Marketing/ International Marketing) £22,050 (882,000 THB)
12 MSc Real Estate £22,550 (902,000 THB)
13 MSc Food Economics and Marketing £16,450 (658,000 THB)
14 MSc Food Science £19,715 (788,600 THB)
15 LLM International Law £16,450 (658,000 THB)

Entry requirements

International Foundation Programmeจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 6 GPA 2.0
ขึ้นไป IELTS 5.0-6.5 แต่ละพาท ไม่ต่ำกว่า
4.5-5.5 (ขึ้นกับสาขาวิชา)*
Undergraduateจบหลักสูตร Foundation จาก ONCAMPUS
Reading หรือสถาบันที่ได้รับการรับรอง* หรือจบ
การศึกษาระดับมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 6 +
ปริญญาตรีปีที่ 1 จากสถาบันการศึกษาใน
ประเทศไทย IELTS 6.5-7.0 (ขึ้นกับสาขาวิชา)*
GMAT is required for some courses and
Postgraduate taught  จบหลักสูตรปริญญาตรี มี GPA อย่างน้อย 2.8-
3.0 จากสถาบันการศึกษาในประเทศไทย*IELTS
6.5-8.0 (ขึ้นกับสาขาวิชา)*

*เกณฑ์การรับเข้า และรายชื่อสถาบัน สอบถามได้โดยตรงกับพี่ๆ WIN Education นะคะ

หากน้องๆ มี GPA หรือวุฒิการศึกษาไม่ถึงเกณฑ์ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด สามารถเข้าเรียนเพื่อปรับพื้นฐานกับ ONCAMPUS Reading ก่อนได้นะคะ โดยเปิดสอนในหลักสูตร ดังนี้

Undergraduate Foundation Programme
(UFP)
จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 5 GPA 2.5
หรือ มัธยมศึกษาชั้นปีที่ 6 GPA 2.0 IELTS
for UKVI 5.0 แต่ละพาท ไม่ต่ำกว่า 4.5
Master’s Foundation Programmeจบหลักสูตรปริญญาตรี มี GPA อย่างน้อย 2.3
จากสถาบันการศึกษาในประเทศไทย* IELTS
for UKVI 5.0-5.5 แต่ละพาท ไม่ต่ำกว่า 4.5-5.0
(ขึ้นกับสาขาวิชา)*


Pre-sessional

IELTS requirement IELTS level now Duration
6.5 with no less than 5.5 in each element 5.0 – no skill less than 4.5  14 weeks
5.0 – no skill less than 4.5, writing 5.0 11 weeks
5.5 – no skill less than 5.0   9 weeks
6.0 – no skill less than 5.0 9 weeks
6.0 – no skill less than 5.5   6 weeks
6.5 with no less than 6.0 in each element 5.5 – no skill less than 5.014 weeks
5.5 – no skill less than 5.0, writing 5.5 11 weeks
6.0 – no skill less than 5.0 14 weeks
6.0 – no skill less than 5.0, writing 5.5 11 weeks
6.0 – no skill less than 5.5 9 weeks
6.5 – no skill less than 5.5 9 weeks
6.5 – 3 skills at 6.0 or above, listening or
speaking at 5.5
6 weeks
7.0 with no less than 6.0 in each element 5.5 – no skill less than 5.014 weeks
5.5 – no skill less than 5.0, writing 5.5 11 weeks
6.0 – no skill less than 5.0 14 weeks
6.0 – no skill less than 5.0, writing 5.5 11 weeks
6.0 – no skill less than 5.5 9 weeks
6.5 – no skill less than 5.5 9 weeks
6.5 – no skill less than 6.0 6 weeks
6.5 – 3 skills at 6.0 or above, listening or
 speaking at 5.5
6 weeks


Duration (weeks) Dates Tuition fee
14 01/06/2020-04/09/2020 £5250
11 22/06/2020-04/09/2020 £4,125
9 06/07/2020-04/09/2020 £3,375
6 27/07/2020-04/09/2020 £2,250

 

Close Menu